WisdomHead1 WisdomHead2

การฝึกปฏิบัติงานพัฒนาอนามัยชนบทเบ็ดเสร็จ
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ประจำปีการศึกษา 2559

ณ ตำบลบางแพ
อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี
ระหว่าง 11 มค. 2559 ถึง 20 เมย. 2560  และ 21 เมย.. ถึง 23 พค. 2560

     

Home
Last Updated  : 16 พฤษภาคม 2560


FaceBook
Field Training-PHMU

QRCode

หลักการและเหตุผล
กำหนดการเตรียมการวิชาการฯ
ประวัติความเป็นมาอำเภอบางแพ
รายชื่อหัวหน้าส่วน เจ้าหน้าที่และผู้นำชุมชน
แผนที่ฝึกภาคสนามฯ
นักศึกษาที่ออกฝึกภาคสนามฯ
ระเบียบปฏิบัติของนักศึกษา
รายการพัสดุ

คำสั่งคณะสาธารณสุขศาสตร์
คำสั่งอำเภอบางแพ
กำหนดการต่างๆ
Field Training Development

คำให้โอวาทของคณาจารย์
ผู้มีคุณูปการต่อการฝึกปฏิบัติงาน
ศ.นพ.ณัฐ ภมรประวัติ
ผศ.นพ.ฉลาด ถิรพัฒน์
นพ.ชัยยันตร์ กัมปนาทแสนยากร

พื้นที่-ผอ.ฝึกฯ 2508-ปัจจุบัน

กำหนดการออกพื้นที่ของ
ฝ่ายบริหารและวิชาการ


คณาจารย์ที่ออกสนับสนุน
วิชาการและบริหารจัดการ

Team

     ทีมที่ 1 บ้านท่าราบ ม.7

    ทีมที่ 2 บ้านไร่บางแพ ม.4

     ทีมที่ 3 บ้านบางแพใต้พัฒนา ม.3

     ทีมที่ 4 บ้านบางแพเหนือ ม.1

    ทีมที่ 5 บ้านตาลเรียง ม.9

    ทีมที่ 6 บ้านตลาดบางแพ ม.5

    ทีมที่ 7 บ้านกุ่ม ม.2

     ทีมที่ 8 บ้านบางแพ ม.6

    ทีมที่ 9 บ้านดอนเซ่งพัฒนา ฒ.10
         และ บ้านดอนเซ่งพัฒนา ม.11

     ทีมที่ 10 บ้านไผ่แบ้ ม.8


ประมวลภาพ
ประชุมเตรียมพื้นที่การฝึก
 สักการะสมเด็จพระราชบิดา
 วันปฐมนิเทศในพื้นที่
 เยี่ยมทีมวันแรกที่บ้านพัก
 ประชุม อ.นิเทศก์งาน
การนิเทศก์งาน
 ผู้บริหารเยี่ยมทีม
ประชุมหัวหน้าทีม
 ปัจฉิมนิเทศน์
 เดินทางกลับ


Link ที่เกี่ยวข้อง
จังหวัดราชบุรี
สสจ.ราชบุรี
อ.บางแพ

แนะนำเวบ/ขอข้อมูล ได้ที่

sermpan.nit@mahidol.ac.th
Statistics Since: 22 มีค. 2560

 

เราเรียนอะไรกันบ้างจากการฝึกภาคสนาม
อาจารย์นายแพทย์ไชยยันตร์  กัมปนาทแสนยากร

----------------------

                    ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์  พอถึงปลายปีการศึกษาทุกปี  มีการเตรียมการต่าง ๆ คล้ายกับว่าจะไปรบ  มีการเตรียมเครื่องนอนประจำตัว หีบห่อสัมภาระ  จนกระทั่งเครื่องครัวและพอได้ฤกษ์  ก็จะมีรถบัสคันใหญ่สิบว่าคันมาจอดเรียงแถวอยู่หน้าคณะฯ  อาจารย์และนักศึกษาแต่งตัวลำลอง สปอร์ต และแบบสนาม  แล้วแต่ใจชอบ  พากันขึ้นรถแล้ว  รถก็พาเขาเหล่านั้นหายไปเป็นเวลานาน  เขาเหล่านั้นไปไหน ? ไปทำอะไรกัน ? มีคนจำนวนมากที่ไม่รู้
                    แม้แต่นักศึกษาเอง  อาจารย์เองบางคนก็ยังไม่รู้ซึ้ง  เพียงแต่รู้ตัวว่าไปฝึกภาคสนามเท่านั้นเอง  แต่ฝึกภาคสนามคืออะไรเล่า ? ทำไมจึงต้องฝึกภาคสนาม ?  เป็นประเพณี  คนส่วนมากถามตัวเอง  และก็ตอบตัวเองได้โดยไม่กระจ่างนักเมื่อไปค้นดูตำรา Field training เขามี definition ว่าอย่างนี้
                    “Field Training is characterized by a period of practice in which the student has the opportunity to experiment under guidance with the application of principles concepts and methods learned in the class room.”  นี้เป็นคำจำกัดความทั่ว ๆ ไปของ Field training หรือที่เราเรียกว่าฝึกภาคสนาม โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาของคณะสาธารณสุขศาสตร์ วิชาการที่จะเข้าไปทดลองปฎิบัติก็คือ วิชาการที่เกี่ยวพันกับการสาธารณสุขนั้นเอง จุดประสงค์ของคณะฯ ที่จัดให้มีการฝึกภาคสนามก็ควรจะทราบ ๆ กันดีแล้วในคู่มือการฝึก
                    ทำไมจึงต้องฝึกภาคสนาม ?  เป็นปัญหาทีน่าข้องใจจริง ๆ ถ้าเป็นผู้อื่นที่อยู่นอกคณะฯ ด้วยแล้ว  ยิ่งมีคำตอบที่ไม่ตรงเป้าหมาย  บางคนคิดว่า  เราไปพัฒนาชนบทเหมือน ๆ กับที่นักศึกษาคณะอื่น ๆ ไปกัน  เป็นการทำเพื่อช่วยสถานการณ์ของประเทศ  หรือการเมืองและอื่น ๆ ความจริงแล้ว  การพัฒนาที่เกิดขึ้นเป็ฯผลพลอยได้จากการฝึกภาคสนามของคณะสาธารณสุขศาสตร์มีอยู่ไม่น้อย  และความจริงก็ได้ช่วยให้ประชาชนเข้าใจในความหวังดีของรัฐบาลมากขึ้น  แต่นั่นไม่ใช่แก่นแท้ของเหตุผล  ว่าทำไมจึงจะต้องมีการฝึกภาคสนาม
                    มาพิจารณาถึงคำว่า Training สักหน่อย  เผื่อว่าเราจะได้เข้าใจดีขึ้น  คำว่า Training กับ Education มีผู้นิยามไว้ผิดกัน Education เป็น learning process ที่จัดโดยโรงเรียน  ตั้งแต่ชั้นต้นจนถึงชั้นอาชีพ  ซึ่งมีมากมายหลายสาขาเป็น Process ที่เกี่ยวกับ Knowledge แต่ Training นั้นเป็น process ที่จะช่วยให้นักศึกษาที่มี Knowledge อยู่แล้วได้ฝึกฝนให้มีประสบการณ์ ทักษะ  อันเกี่ยวกับ Action ในงานที่จะต้องไปปฏิบัติในอนาคต  ฉะนั้นโดยสรุปแล้ว Education เตรียมนักศึกษาให้มีความรู้ในสาขาที่ตนต้องการยืดเป็นอาชีพ และ Training  เป็นการฝึกที่จะช่วยปรับปรุงการปฏิบัติงานในอาชีพให้ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้เองประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย  จึงมีการตื่นตัวในการ Training กันมารก  ในสาขาวิชาการต่าง ๆ เพื่อต้องการผลในทางปฏิบัติของ      เจ้าหน้าที่เหล่านั้นโดยตรง  ผู้ที่มีความรู้แต่ปฏิบัติให้เกิดผลไม่ได้  ย่อมไม่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศแต่อย่างใดเลย
                    การ Training เกี่ยวพันกับ Learning Process ซึ่งตามทฤษฎีแล้ว Learning Process เป็นกระบวนการที่สลับซับซ้อน  และเกี่ยวกับวิชา Psychology เป็นอย่างมาก  โดยย่อแล้วการ Training ที่ได้ผล คือ  นักศึกษาได้เรียนรู้ในสิ่งที่อาจารย์ชี้ทางให้เขาได้เรียนรู้  ฉะนั้นการ Training ก็คืองานชิ้นหนึ่งที่อาจารย์และนักศึกษาจะต้องร่วมกันปฏิบัติ  โดยมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน  และเข้าใจสิ่งที่จะต้องปฏิบัติให้ลึกซึ้งพอสมควร
                    การ Training  เมื่อพิจารณาดูแล้ว  ก็จะเห็นได้ว่าเป็นการกระบวนการคือ การ Training Process  และผู้รับผิดชอบควรจะมี 2 ฝ่าย คือ อาจารย์ในสถาบันการศึกษาผู้ฝึกอบรมและองค์การที่ปฏิบัติงาน  ซึ่งเป็นผู้ใช้เจ้าหน้าที่ที่ได้ผ่านการอบรมไปแล้ว  จะต้องวางแผนร่วมกัน  ว่าเราต้องการคนชนิดใดฝึกอย่างไรแล้ว  เมื่อฝึกแล้วเขาจึงจะปฏิบัติงานในหน้าที่ต่าง ๆ ได้ผลดี  ถ้าพูดตามภาษาสังคมศาสตร์ ก็คือ  เราต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมของนักศึกษาให้เป็นไปในรูปใดหลังจากฝึกอบรมแล้ว  เพื่อให้เกิดผลดีในการปฏิบัติตนของเขาในอนาคต
                    Methods ของการ Training นั้นมีอยู่มากมาย Field Training ก็เป็นวิธีการอันหนึ่ง   ซึ่งมีคำจำกัดความดังกล่าวแล้วข้างต้น  เป็นการฝึกที่ค่อนข้างเก่า  และไม่ล้าสมัย  เป็นการฝึกที่ค่อนข้างยุ่งยาก  ต้องเตรียมการมาก และมีราคาแพง  แต่ผลที่ได้ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเชื่อว่าสูงกว่าการฝึกอบรมแบบอื่น  ได้มีการเห็นพ้องต้องกันว่า Field Training นั้นเป็น method ที่เหมาะสมในการฝึกอบรมนักสาธารณสุขมากที่สุด  โรงเรียนสาธารณสุขทุกแห่งในโลกจึงมีการทำ Field Training ซึ่งมีวิธีการดำเนินการฝึกกันไปตามจุดประสงค์และสถานการณ์แวดล้อม
ตามทฤษฎี Training Process อาจแบ่งได้เป็น 3 phases : คือ

  1. Pre training
  2. Training
  3. Post training

                    แต่ถ้า Phase ของ Training Process อาจพิจารณาให้ละเอียดลงไปได้  แล้วแต่จุดมุ่งหมาย  และแล้วแต่ว่าจะอธิบายในแง่ของ สถาบัน ของอาจารย์ ของนักศึกษา  หรือขององค์การที่เป็นผู้ใช้     เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานในอนาคต  สำหรับสถาบันและอาจารย์ Process ทั้งหมด  ก็จะอธิบายได้ในรูปของการวางแผน (Planning) ว่าใน Phase ใดจะต้องทำอะไรบ้างโดยละเอียด  ซึ่งในด้านนี้ก็ควรจะมีตีพิมพ์อยู่ในแผนการฝึกภาคสนามแล้ว
                    ภารกิจ (Mission) ของคณะฯ ในการฝึกภาคสนามก็ได้ตั้งไว้แล้วว่าเป็นการฝึก Comprehensive Rural Health Services ในรูป Multidisplinary approach
                    ในด้านนักศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ  ยังไม่มีผู้ใดเคยอธิบายไว้อย่างแจ้งชัด  ว่านักศึกษาจะเรียนรู้อะไร  และได้รับผลประโยชน์อะไรบ้างใน Training Process โดยเฉพาะในการฝึกภาคสนาม ของคณะสาธารณสุขศาสตร์นี้  เราควรมาพิจารณากันดูว่าถ้า phase ของ Training Process นักศึกษาจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง ?
                    Pre Training  phase ในระยะนี้  นักศึกษาอยู่ในระยะการเรียนภาคทฤษฎีในห้องเรียน การเรียนทางทฤษฎี  เป็นการเตรียมตัวของนักศึกษาอย่างหนึ่งในการฝึกภาคสนามดังกล่าวข้างต้นแล้ว  การฝึกภาคสนาม  เราจะเอาทฤษฎีที่เรียนรู้ในห้องเรียนไปทดลองปฏิบัติ  ถ้านักศึกษาเข้าใจทฤษฎีโดยแจ่มแจ้งแล้ว  การนำทฤษฎีไปปฏิบัติก็จะง่ายขึ้น  สิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ  นักศึกษาจะต้องเข้าใจกับ needs ของการฝึกภาคสนามตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งนี้หมายความถึง needs ของตัวนักศึกษาเอง  นักศึกษาจะมี expectation ต่าง ๆ กันในการออกฝึกภาคสนามอาจารย์ของแต่ละหลักสูตรมีหน้าที่จะแนะนำชี้ให้เห็นว่า  นักศึกษาจะได้เรียนรู้  จะได้ทักษะและประสบการณ์อะไรบ้างจากการฝึกภาคสนาม  เพื่อนักศึกษาจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ  และมี expectation ในแง่ดีต่อการฝึกภาคสนาม
                    การจัดกลุ่มนักศึกษาที่จะต้องออกฝึกภาคสนามร่วมกันแต่เนิ่น ๆ เป็นการดีที่จะให้สมาชิกของกลุ่มได้พบปะความคุ้นเคย  ในการฝึกเป็นทีม Group dynamic เข้ามีส่วนพัวพันกับการปฏิบัติงานร่วมกันเป็นอย่างมาก ฉะนั้นถ้ามีการพัฒนาของกลุ่มเกิดขึ้นเสียแต่ต้น ๆ แล้ว conflicts ที่จะเกิดในนามก็อาจจะน้อยลง และ leaderships ก็จะปรากฏขึ้นแต่เนิ่น ๆ ทำให้งานเป็นทีม ประสบความสำเร็จได้
                    การปฐมนิเทศ  ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้ถึงแผนการฝึกภาคสนาม  ทั้งโดยทั่ว ๆ ไปและของหลักสูตรต่าง ๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้ทฤษฎีบางอย่างที่จำเป็นต้องใช้ เช่นการทำการสำรวจการวิเคราะห์ข้อมูล และหลักในการวางแผนงาน ฯลฯ นอกจากนั้น การประชุมกลุ่มแบบ work shop  จะทำให้นักศึกษาได้มีประสพการณ์ในการถกเถียงปัญหา การตัดสินใจโดยเป็นกลุ่ม (Group decision) ซึ่งนักศึกษาจะต้องใช้ในการฝึกภาคสนามอยู่ตลอดเวลา  และภายหลังในการปฏิบัติงานจริง ๆ ในอนาคต
                    Training phase ในระยะนี้  เริ่มต้นตั้งแต่ปฐมนิเทศที่คณะฯ และที่จังหวัดหรืออำเภอในท้องถิ่นที่ทำการฝึก  นักศึกษาได้ถูกจัดให้เข้าไปอยู่ในหมู่บ้านตามที่ตนได้รับมอบหมาย Training phase ทุกปีได้ตกลงให้แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ

  1. ระยะการสำรวจและวางแผน
  2. ระยะการปฏิบัติงาน
  3. ระยะสรุปและประเมินผล

                    ในระยะต่าง ๆ เหล่านี้  นักศึกษาจะได้มีประสพการณ์ และเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายตามแผนของอาจารย์ผู้วางแผนการฝึก  การวางแผนว่าจะให้นักศึกษาเรียนรู้อะไรบ้างนั้นอาจมีได้ 3 แบบ น้อยเกินไป พอดี หรือมากเกินไป  ในการปฏิบัติจริง ๆ แล้ว  ข้อสุดท้าย คือ  อาจารย์อยากให้นักศึกษาได้เรียนรู้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  ผลสุดท้ายก็ปรากฏว่ามากเกินไปอยู่เสมอ
                    ในระยะการสำรวจ  นักศึกษาจะได้เรียนรู้  ถึงการทำแผนที่การติดต่อกับชาวบ้านการประชุมชาวบ้าน  การสัมภาษณ์ตามแบบฟอร์มสัมภาษณ์ที่ทางคณะฯ เตรียมไปให้  ซึ่งก็เช่นเดียวกัน  แบบ  ฟอร์มสัมภาษณ์มักจะมากเกินไปทุกปี  เมื่อเสร็จการสำรวจนักศึกษาก็จะได้ฝึกหัดการวิเคราะห์ตัวเลขข้อมูลต่าง ๆ เพื่อหาปัญหาของท้องถิ่น  ได้ฝึกประชุมกลุ่มเพื่อตกลงกันในการเลือก Priorities ของปัญหา และการวางแผน  ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่นักศึกษา  จะเอาประสพการณ์นี้ไปใช้ในอนาคตได้  ในการวางแผนปฏิบัติงาน  โดยใช้หลักวิชาที่ได้เคยเรียนรู้ในภาคทฤษฎีเข้าช่วย  จะเห็นได้ว่าการวางแผนนั้นไม่ใช่ของง่าย  ต้องอาศัยหลักของการตัดสินใจมากทีเดียว
                    เมื่อแผนการปฏิบัติงานได้วางไปแล้ว  ระยะต่อไปก็ได้แก่ระยะการปฏิบัติงาน ระยะนี้มีเพียง 3 สัปดาห์  นักศึกษาจะต้องวางแผนให้เหมาะสมกับเวลา  วางแผนให้เหมาะสมกับเวลา  วางเป้าหมายไว้ให้ดี  และปฏิบัติตามแผน  ระยะนี้เป็นระยะที่นักศึกษาจะได้ฝึกปฏิบัติงานจริง ๆ ใครที่มีประสพการณ์มาแล้วย่อมปฏิบัติได้โดยง่ายสำหรับคนที่ไม่เคยผ่านงานมาเลย  ก็จะได้ประสพการณ์และทัศนะมากมาย การเรียนรู้ในระยะนี้แต่ละหลักสูตรได้รับประสพการณ์  และทักษะต่าง ๆ กัน  แล้วแต่หลักสูตรแต่จุดประสงค์ข้อหนึ่งของอาจารย์ก็คือ  อยากให้นักศึกษาได้เรียนรู้งานของหลักสูตรอื่น ๆ  ไปด้วยเท่าที่สามารถเรียนรู้ได้  การปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้  อาจวัดผลได้เป็นระยะ  (Periodical evaluation) ตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ว่างานนั้นได้บรรลุถึงเป้าหมายตามเวลาหรือไม่  ถ้าไม่เป็นเพราะเหตุใด  เป็นเพราะเราตั้งเป้าไว้สูงไปหรือเป็นเพราะงานบกพร่อง  อุปสรรคที่เกิดในระยะปฏิบัติงาน  นักศึกษาก็จะฝึกการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อยู่ตลอดเวลา
                    ระยะสรุปและประเมินผล  นักศึกษาจะต้องรวบรวม ข้อมูล แผนงาน และผลของการปฏิบัติงาน  เพื่อนำไปแสดงต่ออาจารย์และที่ประชุมสรุปและประเมินผล  นักศึกษาอาจประเมินผลงานของตนเอได้  ตามแผนงานที่ได้วางไว้  ทางอาจารย์ก็จะประเมินผลในด้านนักศึกษาด้วยในเวลาเดียวกัน  ว่านักศึกษามีอะไรเปลี่ยนแปลง หรือมีความเห็นอย่างไร  ต่อการฝึกภาคสนามดังได้กล่าวแล้ว  ว่าผลของการ Training คือการเปลี่ยนพฤติกรรมของนักศึกษา  ให้มีการปฏิบัติงานในด้านที่ได้รับการฝึกอบรมสูงขึ้น การประเมินผลอันนี้ต้องการเวลาที่จะติดตามซึ่งอยู่ใน Post Training phase ซึ่งจะงดไม่กล่าวถึงในที่นี้  คิดว่าในแผนของคณะฯ คงจะมีการ Evaluation ของ Post training phase โดยการ follow up   นักศึกษาที่เรียนจบไปแล้ว
                    ในระยะที่นักศึกษาอยู่ในสนาม  นอกจากการเรียนรู้ทางด้านวิชาการแล้วกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวพันกับการสังคม การสังสรร ระหว่างนักศึกษาและประชาชน  ข้าราชการพ่อค้าในท้องถิ่นนั้น ย่อมเป็นประสพการณ์ที่ดี  สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีประสพการณ์อย่างนี้มาก่อนงานสาธารณสุขของเรา  ส่วนใหญ่มักจะเป็นงานในชนบท  ประสพการณ์ในการฝึกภาคสนามจะช่วยงานของนักศึกษาที่จะเป็นนักสาธารณสุขต่อไปในอนาคตเป็นอย่างมาก
                    การฝึกภาคสนามแบบนี้  คงจะมีไปอีกจนกว่าจะมีแบบ Training ที่ดีกว่านี้มาทดแทน  และปลายปีทุกปีที่คณะสาธารณสุขศาสตร์  ก็จะมีเหตุการณ์นี้อย่างเดิมให้เห็นอยู่ทุกปี ๆ คือมีการเคลื่อนไหว  กำลังเหมือนกองทัพออกไป 6 สัปดาห์ก็กลับมา  แล้วก็มีงานฉลองความสำเร็จกันอย่างครึกครื้น  คนที่ผ่านไปมาก็คงจะสงสัยว่า  ที่นี่เขามีอะไรกัน  แต่พวกเราชาวคณะสาธารณสุขศาสตร์  คงจะตอบคำถามนั้นได้  ว่าเราไปเรียนกัน  เรียนหลาย ๆ อย่างในสนาม

----------------------------------------------------
จากรายงานการฝึกปฎิบัติงานภาคสนาม ของนักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ พศ. 2512-1513

Google
Search-->WWW Search-->www.ph.mahidol.ac.th Search-->www.ph.mahidol.ac.th/field