ข่าวประชาสัมพันธ์

>ข่าวประชาสัมพันธ์ >ลงนามความร่วมมือทางการศึกษาและการผลิตมหาบัณฑิต
ลงนามความร่วมมือทางการศึกษาและการผลิตมหาบัณฑิต

วันที่ 29 มีนาคม 2564 รองศาสตราจารย์ ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางการศึกษาและการผลิตมหาบัณฑิต ร่วมกับ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อาจารย์ ดร.พัฒนศักดิ์ มงคลวัฒน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์ ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรพร รับคำอินทร์ รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและประกันคุณภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อังสนา บุญธรรม รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดวงใจ มาลัย รองคณบดีฝ่ายคุณภาพการศึกษา รองศาสตรจารย์ ดร.วราภรณ์ เสถียรนพเก้า ประธานหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรดุษฎีบัณฑิต คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วยผู้บริหารคณะฯ ที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่ออกแบบและพัฒนาหลักสูตรให้กับนักศึกษาแพทย์ที่สนใจเรียนหลักสูตรในระดับบัณฑิตศึกษาในสาขาอื่นควบคู่กับการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ณ ห้องจุฬาภรณ์ ชั้น 2 ตึกสยามินทร์ โรงพยาบาลศิริราช

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า “เนื่องจากความรู้ต่าง ๆ ทางการแพทย์เจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และแพทย์จำเป็นต้องมีความรู้ในศาสตร์อื่น ๆ ด้วย เพื่อการประกอบวิชาชีพในอนาคต ประกอบกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉม (technology disruption) ผู้เรียนในยุคดิจิทัลที่แตกต่างจากในอดีตอย่างมาก หลักสูตรใหม่นี้ออกแบบให้เป็น Flexible program คือนักศึกษาสามารถเลือกเรียนรายวิชาต่าง ๆ ทั้งทางการแพทย์ และสาขาอื่นได้อย่างหลากหลายตามความสนใจ และความถนัด นอกจากนั้น เพื่อผลิตบัณฑิตแพทย์ให้มีความรู้ความสามารถอย่างลึกซึ้งในศาสตร์อื่น ๆ ตามที่สนใจ (Pi-Shaped Graduates) นั่นคือ เรียนแพทย์ 6 ปี และเปิดโอกาสให้นักศึกษาแพทย์ที่มุ่งมั่นทุ่มเทและมีศักยภาพสูง สามารถเลือกเรียนสาขาอื่นในระดับปริญญาโทตามที่สนใจระหว่างเรียนแพทย์ควบคู่ไปได้อีก 1 สาขา โดยอาจเรียนจบทั้ง 2 ปริญญาได้ในเวลา 6 ปีเท่าเดิม เราจึงเรียกหลักสูตรใหม่ปี 2564 นี้ว่า “Hybrid Program 61” โดยคณะแพทย์ฯ มีความร่วมมือกับคณะ/วิทยาลัยอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดล ได้แก่ 1.) คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2.) วิทยาลัยการจัดการ 3.) คณะวิศวกรรมศาสตร์ 4.) คณะสาธารณสุขศาสตร์ ในการพัฒนารายวิชา/หลักสูตรระดับปริญญาโทร่วมกัน เพื่อร่วมกันผลิตบัณฑิตแพทย์ที่มีความรู้ข้ามศาสตร์ในด้านต่าง ๆ อีกทั้งยังเกิดความร่วมมือกันเพื่อการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล และร่วมกันสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการแพทย์ที่มีคุณค่า ทันสมัย ตอบสนองความต้องการของประเทศและของโลก สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไป”

อาจารย์ ดร.พัฒนศักดิ์ มงคลวัฒน์ คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึง การผลิตมหาบัณฑิตด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ว่า “คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ ให้มีความรู้ความเข้าใจความสามารถและทักษะทางเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ประกอบกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่ล้ำสมัยได้ถูกนำมาใช้สนับสนุนพันธกิจทางการแพทย์ในทุกกิจกรรมในองค์กร ตั้งแต่การดูแลรักษาผู้ป่วยจนไปถึงการบริหารจัดการงานต่างๆ ในสถานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์จึงมีความจำเป็นที่ต้องมีความรู้ และทักษะที่เหมาะสมในการประยุกต์ใช้ หรือทำงานวิจัย รวมทั้งสร้างนวัตกรรมที่ผสมผสานความรู้ทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ เพื่อนำผลลัพธ์ไปใช้ประโยชน์ และสร้างความก้าวหน้าทางการแพทย์ โดยความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรมหาบัณฑิตด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ หรือ Medical Information Technology นั้น เป็นการพัฒนาหลักสูตร เพื่อตอบสนองกับความต้องการของสถาบันทางการแพทย์ ที่ต้องการแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีองค์ความรู้และทักษะทางด้านเทคโนโลยีเทคโนโลยีดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ โดยสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในด้านบริการทางการแพทย์ การวิจัย และสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อคนไทยและประชากรโลกต่อไป”

รองศาสตราจารย์ ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ กล่าวถึง การผลิตแพทย์และมหาบัณฑิตสาขาการจัดการธุรกิจสุขภาพว่า “วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อสร้างบัณฑิตแพทย์ที่มีความรู้ความสามารถอย่างลึกซึ้งในศาสตร์ด้านการจัดการ และเพื่อเป็นการสนับสนุน และส่งเสริมการจัดการทางด้านการแพทย์ให้เป็นประโยชน์แก่สังคม สาธารณชนและประเทศ ตลอดจนสามารถแก้ปัญหาสาธารณสุขได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน ด้วยการจัดการที่ทันสมัย สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและยั่งยืน สำหรับหลักสูตรการจัดการ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิชาของการจัดการด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการตลาด การเงิน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การบริหารกลยุทธ์ การบริหารข้อมูลและเทคโนโลยี และวิชาเลือกเฉพาะสาขา อาทิ Healthcare Business Analytics and Data Science/ Innovation and Change Management for Healthcare Business/ Digital Marketing for Healthcare Business/ Logistics and Supply Chain Management for Healthcare Business เป็นต้น หลักสูตรทุกหลักสูตรของวิทยาลัยการจัดการ ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับนานาชาติ จาก AACSB ซึ่งเป็นสถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจและการบัญชีทั่วโลก ที่ CMMU เราเน้นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง รวมทั้งการมีส่วนเข้าไปเรียนรู้จากภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีรพร รับคำอินทร์ รองคณบดีฝ่ายการศึกษาและประกันคุณภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวถึง การร่วมกันผลิตบัณฑิตแพทย์และมหาบัณฑิตสาขาวิศวกรรมศาสตร์ว่า “ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นแบบก้าวกระโดด ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกศาสตร์สาขาวิชา สำหรับด้านการแพทย์ การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ ขึ้นมากมาย รวมทั้งแนวทางการศึกษาในปัจจุบัน บัณฑิตแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจในด้านวิศวกรรมศาสตร์ จะมีโอกาสในการเรียนรู้การบูรณาการทางการแพทย์ที่มากขึ้น และมีโอกาสในการคิดค้นนวัตกรรมที่มีประโยชน์ทางด้านการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะวิศวกรรมศาสตร์จึงร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลผลิตบัณฑิตแพทย์ที่มีความรู้ข้ามศาสตร์ด้านวิศวกรรม ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย และสร้างบัณฑิตแพทย์ที่มีความรู้และทักษะในด้านวิศวกรรมศาสตร์ และนวัตกรรมด้านวิศวกรรมทางการแพทย์ที่เป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์ มีคุณค่า และทันสมัย ตอบสนองความต้องการของประเทศและประชาคมโลก เพื่อนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

รองศาสตราจารย์ ดร.ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ กล่าวถึง การผลิตบัณฑิตแพทย์และมหาบัณฑิตด้านสาธารณสุขศาสตร์ ว่า “คณะสาธารณสุขศาสตร์จัดการเรียนการสอน การผลิตมหาบัณฑิต และดุษฎีบัณฑิตด้านสาธารณสุขศาสตร์นานาชาติ มากว่า 50 ปี ผ่านการรับรองมาตราฐาน AUN-QAและมาตราฐาน Asia Pacific Academic Consortium of Pubic Heath มาโดยตลอด การร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศให้สามารถสร้างสุขภาพ ป้องกัน และรักษาโรคได้อย่างเข้มแข็ง เท่าทันปัญหาการเกิดโรค และเทคโนโลยีการรักษา รวมถึงส่งเสริมป้องกันโรคที่เกิดในปัจจุบัน นอกจากนี้ การร่วมมือกับหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของทวีปออสเตรเลีย และอเมริกา จะทำให้แพทย์ที่จบหลักสูตรนี้ สามารถประกอบอาชีพในระดับภูมิภาค รักษาส่งเสริมสุขภาพแก่ประชากรโลกได้ สมดังปณิธานของสมเด็จพระราชบิดา ในการสร้างประโยชน์ให้สังคมโลก เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ และสร้างชื่อเสียงให้วงการแพทย์และสาธารณสุขไทยต่อไปอย่างยั่งยืน”