0 2354 8543
2564

Case Study

>Case Study 2564 >โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การควบคุมและแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียโรงพยาบาลตามระบบการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล”
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การควบคุมและแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียโรงพยาบาลตามระบบการรับรองคุณภาพสถานพยาบาล”

ด้วยการกำหนดมาตรฐานควบคุม การระบายน้ำจากทิ้งจากอาคารบางประเภทและบางขนาด โรงพยาบาลจัดเป็นกิจการที่ต้องดำเนินการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะให้ได้ตามคุณภาพน้ำทิ้งที่กำหนด ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานควบคุม การระบายน้ำทิ้งจากอาคารประกอบกับปัจจุบันโรงพยาบาลต่าง ๆ เร่งพัฒนาระบบการบริหารจัดการภายในเพื่อต้องการการรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (Hospital Accreditation) ในการรับรองมาตรฐานนี้ ในหัวข้อการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม โดยระบุว่าโรงพยาบาลต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ มีขนาดเหมาะสมกับปริมาณน้ำทิ้งของโรงพยาบาล มีการดูแลรักษาระบบโดยผู้ที่ได้รับการฝึกอบรม มีการตรวจคุณภาพของน้ำที่ผ่านการบำบัดตามข้อกำหนดของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง น้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดในช่วงเวลาที่ระบบรับภาระมากที่สุดมีค่ามาตรฐานตามที่หน่วยราชการกำหนด และต้องมีระบบฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งมีเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการกำจัดของแข็งละลาย (TDS) ก่อนปล่อยสู่สาธารณะ นอกจากนี้ การดำเนินงานเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียยังต้องจัดทำรายงานการดำเนินงานตามมาตรา 80 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ในฐานะเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษด้วย ดังนั้น การจะควบคุมดูแลระบบบำบัดน้ำเสียของโรงพยาบาลให้มีคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานต่าง ๆ และจัดทำบันทึก และรายงานได้ถูกต้องนั้น จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญในการควบคุมดูแลและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที และทราบวิธีการจัดทำบันทึกและรายงานการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง ทางภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นของเรื่องนี้ จึงจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อการควบคุมและแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียโรงพยาบาล เพื่อพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานควบคุมดูแล และแก้ไขปัญหาระหว่างการเดินระบบบำบัดน้ำเสียรูปแบบต่าง ๆ ของโรงพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งแนวทางในการรายงานการดำเนินงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้องด้วย

ผลประโยชน์ที่จะได้รับ
1) ผู้เข้าอบรมได้รับการพัฒนาศักยภาพให้มีความรู้และความสามารถในการดูแลและควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียโรงพยาบาล
2) ผู้เข้าอบรมสามารถจัดทำบันทึกและรายงานการดำเนินงานตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 80 แห่ง พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้
3) ผู้เข้าร่วมอบรมได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานจริง และจากการศึกษาดูงาน

ผลลัพธ์และผลกระทบ (ทั้งเชิงบวก และเชิงลบ) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากโครงการ
สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการบริการวิชาการด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมระหว่างคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.มหิดล กับ สถานพยาบาล/โรงพยาบาลทั่วประเทศ (หมายเหตุ วิเคราะห์ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากโครงการทั้งทางตรงและทางอ้อม)

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “การควบคุมและแก้ไขปัญหาระบบบำบัดน้ำเสียโรงพยาบาลตามระบบการ รับรองคุณภาพสถานพยาบาล” มีความเชื่อมโยงกับเป้าหมาย SDGs
เป้าหมายที่ 3 ส่งเสริมให้คนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคน ในทุกวัย ข้อย่อย 3.9 ลดจำนวนการตายและการป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากการปนเปื้อนและมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน
เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต ข้อย่อย 4.4 เพิ่มจำนวนเยาวชนและผู้ใหญ่ให้มีทักษะที่จำเป็น รวมถึงทักษะทางเทคนิคและอาชีพสำหรับการจ้างงาน
เป้าหมายที่ 6 ให้มีน้ำเพื่อใช้ประโยชน์และมีการจัดการน้ำและสุขาภิบาลสำหรับทุกคน และมีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน ข้อย่อย 6.6 ปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำ แม่น้ำ 6.a ขยายความร่วมมือระหว่างประเทศและการสนับสนุนการเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาในกิจกรรมและแผนงานที่เกี่ยวข้องกับน้ำและสุขอนามัย ซึ่งรวมถึงด้านการเก็บน้ำ การขจัดเกลือ การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการน้ำเสีย เทคโนโลยี การน้าน้ำกลับมาใช้ใหม่
เป้าหมายที่ 11 ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทานและยั่งยืน ครอบคลุมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเมืองและชุมชน ด้านการเข้าถึงที่อยู่อาศัยและบริการพื้นฐาน ข้อย่อย 11.6 ลดผลกระทบทางลบของเมืองต่อสิ่งแวดล้อมต่อหัวประชากรโดยรวมถึงการให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อคุณภาพอากาศและการจัดการของเสียของเทศบาลและอื่น ๆ

ผู้รับผิดชอบโครงการ : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุภาวดี ผลประเสริฐ
ภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล