0 2354 8543
2564

Case Study

>Case Study 2564 >มหิดล จับมือพันธมิตรสร้างมาตรฐานความปลอดภัยจากสวนสู่จาน ลดผลกระทบต่อสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม
มหิดล จับมือพันธมิตรสร้างมาตรฐานความปลอดภัยจากสวนสู่จาน ลดผลกระทบต่อสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม

คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ เครือข่ายชุมชนจังหวัดน่าน และซินเจนทา สรุปผล โครงการ “รักษ์เกษตรและสิ่งแวดล้อม” สร้างมาตรฐานความปลอดภัยการใช้สารกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชภาคเกษตรกรรม โดยได้ผลตอบรับดีเยี่ยม ประสบความสำเร็จ หวังขยายผลสู่จังหวัดอื่น ๆ เพื่อให้ผลผลิตปลอดภัยได้มาตรฐาน GAP ลดผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

รศ.ดร. สรา อาภรณ์ ผู้อำนวยการ โครงการ รักษ์เกษตรและสิ่งแวดล้อม และอาจารย์ประจำภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562-2564 ได้ดำเนินงานร่วมกันในหลายภาคส่วนจากเครือข่ายชุมชนจังหวัดน่าน และบริษัท ซินเจนทาฯ จนเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานสหกรณ์จังหวัดน่าน กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จังหวัดน่าน รวมทั้งสร้างเครือข่าย อาสาสมัคร และวิทยากรมืออาชีพ ให้ความรู้ สนับสนุนการทำงาน และติดตามผลการทำงานของเกษตรกร เรื่องความปลอดภัยในการใช้สารเคมีเกษตรอย่างถูกต้องตามมาตรฐานการเพาะปลูกปลอดภัยแบบ GAP”

หัวใจของความสำเร็จในการดำเนินโครงการนี้ คือ
1) การเข้าไปสำรวจ ศึกษาและทำความเข้าใจกับกลุ่มเกษตรกรต่าง ๆ ในเบื้องต้น เพื่อรับทราบถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของเกษตรกรโดยองค์รวม
2) ได้ออกแบบแนวทางการให้ความรู้ สร้างการมีส่วนร่วม ส่งเสริมด้วยการฝึกปฏิบัติจริง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น นวัตกรรมเรียนรู้แบบใหม่ หรือ Innovative Education ครอบคลุมเนื้อหา พิษวิทยา การใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน 5 ช. การฉีดพ่นสารเคมี หรือ five golden rules การดูแลสุขภาพและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแนวทางการขยายเครือข่ายการทำงานและส่งต่อความรู้
3) นำมาถ่ายทอดให้กลุ่มผู้นำทั้งเกษตรกร ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข และผู้เกี่ยวข้องใน 15 อำเภอของจังหวัดน่าน และ
4) ผู้นำเกษตรกรถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไปยังคนในชุมชนเพื่อให้เกิดการส่งต่อความรู้และแนวทางการปฏิบัติไปยังเกษตรกรในแต่ละครัวเรือนได้ต่อไป

หลักปฏิบัติการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน 5 ช. หรือ five golden rules เป็นองค์ความรู้จาก บริษัท ซินเจนทาฯ ที่มุ่งเน้นให้เกษตรกรเกิดการจดจำและนำไปปฏิบัติได้ง่าย ประกอบด้วย
1) ชัวร์ อ่านและทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์
2) ใช้ สารฯ ด้วยความระมัดระวังในทุกขั้นตอน
3) เช็ก ดูแลอุปกรณ์และเครื่องพ่นให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
4) ชุด สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่เหมาะสมและถูกต้อง
5) ชำระ ปฏิบัติตนให้มีสุขอนามัยดีอยู่เสมอ

นางสาวกุนณัทฐา ศรีม่วง สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จังหวัดน่าน กล่าวเสริมว่า “การดำเนินโครงการนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และภารกิจหลักของสำนักงานฯ ที่ว่า เป็นหน่วยงานหลักในการคุ้มครองแรงงาน พัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานอย่างเป็นมาตรฐาน และสร้างสันติสุขในวงการแรงงาน โดยเฉพาะเกษตรกร ซึ่งอยู่ในกลุ่มแรงงานนอกระบบ ได้ประสานงานและติดตามการทำงานของกลุ่มเกษตรกรอย่างใกล้ชิดร่วมกับเครือข่ายในจังหวัดน่าน ทั้งการนัดหมายแต่ละพื้นที่ล่วงหน้า จัดอบรมให้ความรู้ ฝึกปฏิบัติ และติดตามผล เพื่อสังเกตผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและประสิทธิภาพของการใช้สารเคมีเกษตรอย่างปลอดภัย โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต”

ด้าน ศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ นายเสกสถิต ทารินทร์ กำนันตำบลม่วงตึ๊ด กล่าวสนับสนุนเพิ่มเติมว่า “ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ คิดว่าตนเองนั้นปฏิบัติถูกต้องแล้ว เมื่อได้รับฟังและการสาธิตจากอาจารย์ ทำให้ทราบว่า สิ่งที่ปฏิบัตินั้นยังไม่ถูกต้องและไม่เพียงพอ อาทิ การสวมรองเท้าบูทที่ถูกต้องคือเมื่อจะพ่นสารเคมี ต้องเอาขากางเกงอยู่ด้านนอกรองเท้า หรือการเลือกใช้หัวฉีดพ่นให้ถูกต้องกับสารเคมีแต่ละประเภทเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งนี้ อาจารย์ได้ถ่ายทอดทั้งความรู้ เทคนิค และเปิดโอกาสให้เกษตรกรทุกคนได้ฝึกปฏิบัติจริง เพื่อให้ทุกคนจดจำ และนำกลับไปดำเนินการต่อได้อย่างปลอดภัย ปัจจุบันทุกตำบลใน 15 อำเภอของจังหวัดน่าน ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการเรียบร้อยแล้ว และมีการขยายผลสร้างเครือข่ายวิทยากรมืออาชีพเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง”

“โครงการนี้ ประสบความสำเร็จลุล่วงด้วยดี ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ส่งผลให้มีเครือข่าย อาสาสมัคร วิทยากร รวมเป็นกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง ทำให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัยต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม เป็นจุดเริ่มต้นให้ผลผลิตจากสวนหรือฟาร์มต่าง ๆ สู่จานอาหารผู้บริโภคมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เพราะด้วยความเชื่อที่ว่า ทุกเรื่องมีความเสี่ยง การที่เราอยู่กับความเสี่ยง ย่อมต้องรู้ธรรมชาติและเท่าทันความเสี่ยงนั้น ดังนั้น การใช้สารเคมีเกษตรอย่างถูกต้องและใช้อย่างปลอดภัย ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเกษตรกร นำไปสู่ความปลอดภัยทั้งชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้ดีที่สุด” รศ. ดร. สรา อาภรณ์ กล่าวสรุป
สำหรับผู้ที่สนใจโครงการรักษ์เกษตรและสิ่งแวดล้อม สามารถดาวโหลดและแชร์วิดิโอเพื่อถ่ายทอดความรู้ได้ที่ช่อง Youtube: Farm Safety

โครงการรักษ์เกษตรและสิ่งแวดล้อม มีความสอดคล้องกับเป้าหมายของ SDGs ดังนี้
เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ เป็นเป้าหมายที่ว่าด้วยการลดความยากจนทั้งทางเศรษฐกิจ และความยากจนในมิติอื่น ๆ ด้วย
ข้อย่อย 1.4 สร้างหลักประกันว่าทุกคน โดยเฉพาะคนยากจนและกลุ่มผู้เปราะบาง มีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการเข้าถึงการบริการขั้นพื้นฐาน การถือกรรมสิทธิ์ และใช้ประโยชน์เหนือที่ดินและทรัพย์สิน
เป้าหมายที่ 3 สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสำหรับทุกคนในทุกวัย ครอบคลุมประเด็นด้านสุขภาพและสวัสดิภาพที่สำคัญ
ข้อย่อย 3.9 ลดจำนวนการตายและการป่วยจากสารเคมีอันตรายและจากการปนเปื้อนและมลพิษทางอากาศ น้ำ และดิน
เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ มีผลิตภาพ และการมีงานที่เหมาะสมสำหรับทุกคน ครอบคลุมถึงเรื่องของการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไม่นำไปสู่ความเสื่อมโทรมทางด้านสิ่งแวดล้อม
เป้าหมายที่ 12 บริโภคและผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ พัฒนารูปแบลการบริโรคและการผลิตที่ยั่งยืน มีเป้าประสงค์ที่ครอบคลุม การจัดการและการใช้ทรัพยากรธรรมธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การลดของเสียที่เป็นอาหาร, ลดการปล่อยสารเคมีและของเสียเป็นพิษออกสู่ธรรมชาติและจัดการอย่างถูกต้อง, ลดของเสียโดยกระบวนการ reuse และ recycle, การสร้างความตระหนักถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนในสังคม
ข้อย่อย 12.4 บรรลุเรื่องการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดตลอดวงจรชีวิตของสิ่งเหล่านั้น ด้วยวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่อากาศ น้ำ และดิน เพื่อจะลดผลกระทบทางลบต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด
ข้อย่อย 12.8 สร้างหลักประกันว่าประชาชนในทุกแห่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและความตระหนักถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนและวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ
เป้าหมายที่ 13 แก้ปัญหาโลกร้อน ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและผลกระทบ
เป้าหมายที่ 15 ชีวิตบนบก ปกป้อง ฟื้นฟู และส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน หยุดและย้อนกระบวนการเสื่อมโทรมของดิน หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
ข้อย่อย 15.4 สร้างหลักประกันว่าจะมีการอนุรักษ์ระบบนิเวศภูเขาและความหลากหลายทางชีวภาพ ของระบบนิเวศเหล่านั้นเพื่อจะเพิ่มพูนขีดความสามารถของระบบนิเวศเหล่านั้นที่จะให้ผลประโยชน์อันสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ข้อย่อย 15.5 ปฏิบัติการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ หยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
ข้อย่อย 15.6 สร้างหลักประกันว่าจะมีการแบ่งปันผลประโยชน์ที่ เกิดจากการใช้ประโยชน์ ทรัพยากรพันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและยุติธรรมและส่งเสริมการเข้าถึงทรัพยากรเหล่านั้นอย่างเหมาะสม

ผู้รับผิดชอบโครงการ :
รองศาสตราจารย์ ดร.สรา อาภรณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล