Page 26 - AEC
P. 26

25

             กฎหมายได แตรับรักษาตามหลักมนุษยธรรม ตามมาตรฐานการรักษา
                                                                       ั
             โดยไมคํานึงถึงคาใชจายที่เก็บไมได ทําใหโรงพยาบาลตองแบกรบภาระ
             นั้น เปนเงินหลายลานบาทตอป สวนใหญเปนผูปวยชาวเมียนมารอยละ
                                                                        
             70-90 ผูรับบริการรอยละ 55.1 เปนหญิง คาใชจายของโรงพยาบาลทง
                                                                             ั้
             8 แหงใน 3 ปนั้น ประมาณ 713 ลานบาท เปนคาใชจายซึ่งไมสามารถ
             เรียกเก็บไดรอยละ 36.4 หรือประมาณ 259 ลานบาท เปนภาระทาง

             การเงินของโรงพยาบาลเอง โดยในชวงเวลาดังกลาวกระทรวง

             สาธารณสุขมีภาระคาใชจายในสวนนี้ประมาณ 1,000 ลานบาท ซึ่งรัฐ

                                                              ิ
                                                              ่
             ควรตองทบทวนภาระเหลานี้ มิเชนนั้นปญหาจะเพมมากขึ้นจนอาจ
             กระทบกับงบประมาณและระบบบริการสุขภาพของคนไทยสวนใหญ
             เชน ตองใชเวลารอรับบริการนานขึ้น และมีคาตนทุนบริการสุขภาพท   ่ ี

             สูงขึ้น

                                                         ่
                    ในการศึกษาวิจัยนี้ มีการจัดกลุมโรคทีแรงงานตางดาวมารับ
             บริการมาก ออกเปน 5 กลุม คือ


                    1.  กลุมการคลอด คือการเจ็บปวยเนื่องจากการคลอด และ
                       การดูแลเด็ก ผูปวยกลุมนี้มีจํานวนสูงขึ้นเรื่อยๆ จากอัตรา

                       การคุมกําเนิดของแรงงานตางดาวอยูในระดับตํ่า อัตราการ

                       ตายคลอดในไทยตํ่ากวาในประเทศเพื่อนบานทั้ง 3 ทําใหม   ี
                       การอพยพยายเพื่อคลอด  ไมมีการฝากครรภ ทําใหมีปญหา

                       ของทารกแรกเกิดตามมา เชนทารกนํ้าหนักตัวนอย ตัว

                       เหลือง เปนตน
   21   22   23   24   25   26   27   28   29   30   31