การฝึกปฏิบัติงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนที่ยั่งยืน ประจำปีการศึกษา 2566

ผู้ดำเนินการหลัก :
ภาควิชาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ส่วนงานร่วม :
-
ผู้ดำเนินการร่วม :
-
ความสำคัญ วัตถุประสงค์โครงการ
การฝึกปฏิบติงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนที่ยั่งยืนของนักศึกษาสาขาวิชาเอกอนามัยชุมชนชั้นปีที่ 4 เป็นไปตามการจัดการเรียนการสอนเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ของหลักสูตร และมาตรฐานวิชาชีพสาธารณสุขชุมชน ที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาประยุกต์ใช้องค์ความรู้นำสู่การฝึกปฏิบัติจริงในชุมชน ร่วมกับสหสาขาวิชาชีพที่ทำงานในองค์กรต่าง ๆ ในระดับชุมชน เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เทศบาล เป็นต้น ทั้งนี้ รูปแบบการฝึกปฏิบัติงานนอกจากจะสามารถพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ของบัณฑิตแล้ว ผลจากการฝึกปฏิบัติงานยังก่อให้เกิดโครงการพัฒนาสุขภาพชุมชนที่เป็นรูปธรรมอีกด้วย ทั้งนี้เพราะนักศึกษาได้ลงฝึกปฏิบัติงานจริงร่วมกับชุมชน องค์กรภาคีเครือข่าย โดยเน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยมีอาจารย์และครูพี่เลี้ยงในพื้นที่อำนวยการให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้บรรลุตามผลลัพธ์ที่คาดหวังดังกล่าว นอกจากนั้น นักศึกษายังจะได้เรียนรู้วิถีชุมชนด้วยการพักค้างในชุมชน เพื่อให้เข้าใจบริบทของชุมชนและเข้าถึงปัจจัยกำหนดสุขภาพในบริบทดังกล่าว รวมถึงเรียนรู้และเข้าใจทุนมนุษย์ ทุนทางสังคม และสินทรัพย์ชุมชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการระดมทรัพยากรเพื่อการแก้ปัญหาและพัฒนาสุขภาพชุมชนที่ยั่งยืน ซึ่งกระบวนการจัดการเรียนรู้ในลักษณะเช่นนี้ ยังตอบสนองต่อแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมกับสังคม (Social engagement) ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยมหิดลอีกด้วย
การดำเนินการ
- ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่รับฝึกงาน เตรียมบ้านพักนักศึกษา และเตรียมตารางฝึกปฏิบัติงาน
- เตรียมและจัดประชุมครูพี่เลี้ยง
- นักศึกษาฝึกปฏิบัติงานพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนที่ยั่งยืน ในพื้นที่ 3 ชุมชน
3.1 การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและการจัดทำแผนงานและโครงการ
3.2 กระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนและภาคีเครือข่าย
3.3 การดำเนินการตามแผนงานและโครงการและการประเมินผลโครงการและกิจกรรม - อาจารย์สนับสนุนวิชาการ
- สรุปผลการฝึกปฏิบัติงานและประเมินผล
ผลการดำเนินงาน
ชุมชนการเคหะคลอง 8 หมู่ 5
(1) รายการปัญหาสุขภาพชุมชนที่นำมามาจัดลำดับความสำคัญ ได้แก่ โรคโควิด-19 โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคออฟฟิตซินโดรม โรคไขมันในเลือดสูง และโรคไข้หวัดใหญ่
(2) ปัญหาที่เป็นความสำคัญอันดับ 1 ได้แก่ โรคโควิด-19
(3) แผนงานแก้ปัญหาโรคความดันโลหิตสูง มีโครงการ 8 โครงการ
- โครงการจัดตั้งกลุ่มเคหะร่วมใจและระบบเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูง
- โครงการส่งเสริมการบริโภคอาหารเค็ม มัน หวานในปริมาณที่แนะนำในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงอายุ 35 ปีขึ้นไป
- โครงการส่งเสริมการบริโภคอาหารเค็ม มัน หวานในปริมาณที่แนะนำในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
- โครงการส่งเสริมการลดละเลิกการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงอายุ 35 ปีขึ้นไป
- โครงการส่งเสริมการลดละเลิกการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
- โครงการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงอายุ 35 ปีขึ้นไป
- โครงการส่งเสริมการมีกิจกรรมทางกายในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
- โครงการส่งเสริมการรับประทานยาอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
ชุมชนพรธิสาร 6 หมู่ 8
(1) รายการปัญหาสุขภาพชุมชนที่นำมามาจัดลำดับความสำคัญ ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคหัวใจ โรคโควิด-19 ไข้หวัดใหญ่ และ ไข้เลือดออก
(2) ปัญหาที่เป็นความสำคัญอันดับ 1 ไข้เลือดออก
(3) แผนงานโครงการแก้ปัญหาไข้เลือดออก มีโครงการ 3 โครงการ ได้แก่
- โครงการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายและยุงพาหะ
- โครงการจัดการสิ่งแวดล้อมเสี่ยงต่อการเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในพื้นที่สาธารณะ
- โครงการป้องกันตนเองจากการถูกยุงลายกัด
ชุมชนบ้าน ส.ป.ก. หมู่ที่ 7
(1) รายการปัญหาสุขภาพชุมชนที่นำมามาจัดลำดับความสำคัญ ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไข้หวัด โรคหมอนรองกระดูกทับเส้น โรคปริทันต์ (เหงือกอักเสบ) โรคไข้เลือดออก สารเคมีในเลือด (โคลีนเอสเตอเรส)
(2) ปัญหาที่เป็นความสำคัญอันดับ 1 โรคความดันโลหิตสูง
(3) พัฒนาแผนงานการควบคุมป้องกันโรคความดันโลหิตสูงกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป มี 6 โครงการ ได้แก่
- โครงการส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
- โครงการส่งเสริมพฤติกรรมการออกกำลังกายสำหรับกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
- โครงการลดพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ สำหรับกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
- โครงการลดพฤติกรรมการสูบบุหรี่สำหรับกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
- โครงการเฝ้าระวังโรคความดันโลหิตสูงสำหรับกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป
- โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำในการป้องกันโรคความดันโลหิตสูง
การนำไปใช้ประโยชน์
- นักศึกษาที่เข้าร่วมการฝึกภาคสนามได้เรียนรู้กระบวนการฝึกภาคสนามจากการฝึกปฏิบัติในพื้นที่จริง พัฒนาทักษะทางวิชาชีพ และกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปต่อยอดในการเรียนและการทำงานต่อไปได้
- คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด สามารถนำข้อมูลไปดำเนินงานต่อเนื่องในชุมชน เช่น การวางแผนเพื่อส่งเสริมและแก้ปัญหาสุขภาพที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน
- ชุมชนและประชาชนในพื้นที่ฝึกภาคสนามได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการฝึกภาคสนามทุกกระบวนการหลักของโครงการ ทำให้เกิดความตะหนักถึงปัญหาสุขภาพและปัจจัยที่เกี่ยวข้องในชุมชนของตนเอง
- นักศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อแก้ปัญหาและส่งเสริมสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ทั้ง 3 หมู่บ้าน
ความแตกต่างหรือมีเอกลักษณ์ที่ต่างจากโครงการอื่น
การดำเนินโครงการใช้แนวคิดกระบวนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาสุขภาวะชุมชน ซึ่งมีการดำเนินงานเป็นภาคีระหว่างภาควิชาการ คือ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัย ภาคองค์กรชุมชน ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด และภาคประชาชน ได้แก่ ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินการแบบพหุภาคีเพื่อการพัฒนาสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยสอดคล้องกับภารกิจของคณะ พื้นที่ และยุทธศาสตร์ของประเทศ
ผลกระทบในระดับชุมชน ประเทศ ระดับโลก
- ระดับชุมชน: ประชาชนตระหนักและเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนา โดยชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกกระบวนการหลักของโครงการ ได้แก่ การเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล การสังเคราะห์สถานการณ์สุขภาพชุมชนเชิงระบบ การระบุปัญหา การจัดลำดับความสำคัญของปัญหา การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา การจัดทำแผนงานและโครงการ การดำเนินการตามแผนงานและโครงการ และการประเมินผลโครงการและกิจกรรม นอกจากนั้นในการดำเนินงานตามแผนงานโครงการยังได้คำนึงถึงทุนชุมชน (Community Capital) ทั้งทุนมนุษย์ และทุนทางสังคม มาขับเคลื่อนในการแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้วย
- ระดับพื้นที่: หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล สามารถระดมทรัพยากรเพื่อการแก้ปัญหาในชุมชนได้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับวัฒนธรรม ประเพณีของชุมชน เกิดกลไกการแก้ปัญหาในระดับชุมชนและตำบลที่ยั่งยืน
- ระดับนโยบาย: ทั้งภาควิชาการ โดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ ที่จะได้พัฒนาการเรียนการสอนและการวิจัยเพื่อสนองตอบต่อการพัฒนาสุขภาวะชุมชน และระดับพื้นที่ (ตำบล) ที่สามารถออกแบบนโยบายที่สอดคล้อง โดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์จากกระบวนการการฝึกภาคสนามโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม
SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม : SDG17 เป้าประสงค์ย่อย : 17.6
SDGs อื่นๆที่สอดคล้อง : SDG3 เป้าประสงค์ย่อย : 3.8 , 3.9 , 3.5 , 3.4 , 3.3







