ม.มหิดลค้นพบทางออกวิกฤติแร่หินฟอสฟอรัสใกล้หมดโลก วิจัยแปรรูปกากตะกอนสิ่งปฏิกูลจากโรงบำบัดสิ่งปฏิกูลในกรุงเทพมหานคร และขยะเศษอาหารใช้ทำปุ๋ยทดแทน

ผู้ดำเนินการหลัก :
รองศาสตราจารย์ ดร.จงจินต์ ผลประเสริฐ (หัวหน้าโครงการวิจัย) จากภาควิชาวิศวกรรมสุขาภิบาล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ส่วนงานร่วม :
-
ผู้ดำเนินการร่วม :
-
ทีมวิจัย ม.มหิดล ค้นพบทางออกวิกฤติแร่หินฟอสฟอรัสใกล้หมดโลก คิดค้นวิธีแปรรูปกากตะกอนสิ่งปฏิกูลจากโรงบำบัดสิ่งปฏิกูลในกรุงเทพมหานคร และขยะเศษอาหารใช้ทำปุ๋ยทดแทน
เนื่องจาก "ฟอสฟอรัส" เป็นแร่ธาตุที่ขาดไม่ได้สำหรับในระยะแรกของการปลูกพืช เพื่อให้เมล็ดพืชเจริญงอกงาม แต่โลกกำลังหวั่นวิตกว่า แร่หินฟอสฟอรัสกำลังใกล้จะหมดไปจากโลก ซึ่งจะนำมาสู่ต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรที่จะเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ล่าสุด วันที่ 24 ส.ค.65 มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เผยแพร่งานวิจัย โดย ทีมวิจัยแห่งคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยทุนสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ซึ่งสามารถค้นพบทางออกที่สำคัญ จากการนำของเสียจำพวกกากตะกอนจากระบบบำบัดสิ่งปฏิกูล และระบบบำบัดน้ำเสีย รวมไปถึงขยะอาหารจากโรงอาหารในสถาบันการศึกษา มาทดลองผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสกัดเอาแร่ธาตุฟอสฟอรัสมาผลิตเป็นปุ๋ยสตรูไวท์ หรือ "ปุ๋ยละลายช้า" ใช้ทดแทน "ปุ๋ยเคมีจากแร่หินฟอสฟอรัส" ที่กำลังหมดโลก
โครงการวิจัยดังกล่าว นำโดย ผศ.ดร.วิธิดา พัฒนอิสรานุกูล อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์อนามัยสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ รศ.ดร.จงจินต์ ผลประเสริฐ (หัวหน้าโครงการวิจัย) จากภาควิชาวิศวกรรมสุขาภิบาล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ริเริ่มขึ้นมา โดยจากผลการทดสอบ พบว่า ในแง่ของ "คุณภาพ" พบว่าปุ๋ยที่ได้จากตะกอนสิ่งปฏิกูลและเศษอาหาร มีค่าฟอสฟอรัสใกล้เคียงกับปุ๋ยที่วางจำหน่ายในท้องตลาด โดยสามารถผลิตผลึกปุ๋ยฟอสฟอรัสได้ 13.0 - 20.1% ในขณะที่ในแง่ราคา พบว่าปุ๋ยฟอสฟอรัสที่ได้จากตะกอนสิ่งปฏิกูลและเศษอาหาร คาดว่าจะสามารถสร้างกำไรได้ราว 167 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อเทียบกับราคาสูงสุดของปุ๋ยในท้องตลาดที่ซื้อขายกันกิโลกรัมละประมาณเกือบ 300 บาท
โดยข้อดีของ "ปุ๋ยละลายช้า" ในแง่ของสิ่งแวดล้อม สามารถช่วยลดการปนเปื้อนของธาตุอาหารลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติได้ในกรณีที่เกิดฝนตก หรือมีไหลบ่าจากพื้นที่เกษตรกรรมลงสู่แหล่งธรรมชาติ ซึ่งหากมีการสูญเสียธาตุอาหารจากพื้นที่เกษตรกรรมไปสู่แหล่งน้ำ อาจทำให้เกิดปัญหามลพิษทางน้ำได้ เนื่องจากธาตุอาหารดังกล่าวจะไปเร่งการเจริญเติบโตของพืชน้ำทำให้แหล่งน้ำนั้นมีค่าออกซิเจนละลายน้ำลดลง
นอกจากนี้ งานวิจัยที่กำลังดำเนินการต่อมา มีการนำวัสดุเหลือทิ้งจากภาคเกษตรกรรมมาเป็นส่วนผสมในการผลิตปุ๋ยฟอสฟอรัส โดยได้รับทุนสนับสนุนจากงบประมาณด้านวิจัยและนวัตกรรม ประเภท Fundamental Fund ประจำปีงบประมาณ 2565 ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับ นอกจากสามารถผลิตปุ๋ยฟอสฟอรัสได้แล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดวิกฤติมลพิษทางอากาศ PM2.5 ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่มักพบโดยทั่วไปอีกด้วย
แม้การทดลองดังกล่าวจะยังคงเป็นเพียงในระดับห้องปฏิบัติการ แต่คาดว่าในอนาคตเมื่อได้รับการยกระดับสู่การผลิตในภาคอุตสาหกรรม จะสามารถยังประโยชน์ต่อไปได้อีกมากมาย ทั้งต่อภาคเอกชน ในการที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปกากตะกอนของเสียจากโรงงาน และภาครัฐที่จะได้นำตะกอนสิ่งปฏิกูลและเศษอาหารจากภาคประชาชน ตลอดจนวัสดุเหลือทิ้งจากภาคเกษตรกรรม ไปทำให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมโดยการนำของเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสู้วิกฤติอาหารโลกได้จากผลผลิตทางการเกษตรที่เจริญงอกงามด้วยปุ๋ยฟอสฟอรัสที่คิดค้นเพื่อทดแทนนี้
SDGs หลักที่สอดคล้องกับกิจกรรม : SDG14 เป้าประสงค์ย่อย : 14.c
SDGs อื่นๆที่สอดคล้อง : SDG6 เป้าประสงค์ย่อย : 6.3
SDG15 เป้าประสงค์ย่อย : 15.9



