Page 29 - The Father of Thai Public Health
P. 29
้
ี
ู
้
้
เรยนมีความรกวางขวาง เห็นเหตุใกลไกล และใชความคิดท่ได ้
ี
้
บังเกิดขึ้นดวยการเรยน เปนผลประโยชนแก่คณะ นอกจากนั้น
์
้
ี
มหาวิทยาลัยอาจจะตั้งโรงเรยนฝกฝนวิชชาชีพบางชนิดท่ตองม ี
้
ี
ึ
ี
ิ
พ้นศลปวิทยาศาสตร
ื
ื
้
ู
๔. มหาวิทยาลัยมีกิจสอบไล่กุลบุตร เพ่อวัดความรความสามารถ
้
ั
ิ
่
ี
และรบรองเปนพยาน โดยการใหปรญญาแกผูทสมควร
่
้
การศึกษาข้นอุดมศึกษา สําหรับผูท่สําเรจชั้นปฐมและมัธยมมาแลว
้
็
้
ี
ั
ํ
ื
ี
และจะใคร่เรยนวิชชาชีพย์ และศิลปวิทยาศาสตร เพ่อตั้งตนเปนผนา
ู้
ํ
ั
ี
่
ื
้
ํ
ิ
ความคิดของราษฎร และทากจการต่างๆ เปนผูเชยวชาญ หรอรบตาแหน่ง
ิ
ั
รบผดชอบอันสูง (๒)
่
อดมศึกษาแบงออกเปนสองชนิด
ุ
๑. วิทยาศาตร และศิลปะศาสตร มีความมุ่งหมายท่จะฝกฝนให ้
ี
ึ
กุลบุตรสามารถเห็นเหตุผลตนปลายของสิ่งต่างๆ เปนความร ้ ู
้
้
ํ
้
รอบตัว ฝกฝนใหเปนผูรับผิดชอบและเปนผูนาราษฎร ทั้งในส่วน
ึ
้
ู้
ความคิดและกจการ เปนผท่จะสามารถเสาะหาวิชชามาใหเปน
้
ิ
ี
ประโยชนแก่คณะ ประดิษฐสิงท่งาม และเปนประโยชนขึ้น
ี
์
่
์
้
๒. อาชพยวิทยา คอการฝกฝนโดยฉะเพาะทจะทาใหกุลบุตรสามารถ
์
ี
ึ
ื
่
ี
ํ
้
ี
ประกอบการทามาหากินในกิจการท่จะตองมีการตระเตรยมโดย
ี
ํ
้
์
ฉะเพาะ เช่น แพทย ผูรกฎหมาย พ่อคา
้
ู
้
๒๘

