การพัฒนาดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ผู้ดำเนินการหลัก
รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิมล กาญจนสุธา
ส่วนงานหลัก
คณะสาธารณสุขศาสตร์
ผู้ดำเนินการร่วม
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ การแพทย์ทหาร, คณะแพทยศาสตร์ หมาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
ส่วนงานร่วม
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ความสำคัญและที่ของปัญหา :
ดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพ (AQHI) เป็นเครื่องมือที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสะท้อนความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดจากการรับสัมผัสสารมลพิษที่แตกต่างกันมากกว่า 1 ชนิดในแต่ละแหล่งกำเนิดอย่างต่อเนื่อง อัตราการตายที่สูงขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวจะนำมาคำนวณและแสดงผลเป็นค่า AQHI ในแต่ละค่าระดับต่อไป อย่างไรก็ตาม ค่า AQHI สามารถนำไปใช้ได้หลากหลาย เช่น การแสดงผลค่าสถานการณ์ปัจจุบันในแผนที่ซึ่งเป็นดัชนีตัวหนึ่งที่พิจารณาจากการคงอยู่ร่วมกันของสารมลพิษที่ต่างกันหลายชนิด รวมถึงการประยุกต์ใช้เพื่อวัตถุประสงค์การทำนายผลซึ่งใช้ในการเตือนภัยสถานการณ์คุณภาพอากาศในวันถัดไปโดยจะพิจารณาถึงความเสี่ยงที่เกิดจากผลกระทบโดยรวมของสารมลพิษที่หลากหลายชนิด ผลผลิตที่ได้ระยะที่ 1 คือแผนที่แหล่งที่มาหลักของมลพิษทางอากาศชนิดต่าง ๆ ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และการรวบรวมข้อมูลสุขภาพจากสถานพยาบาลในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร แบ่งเป็น โรงพยาบาลจำนวน 23 โรงพยาบาล และ 69 ศูนย์บริการสาธารณสุข และการประสานเพื่อรับข้อมูลภายหลังจากผ่านการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ จำนวน 1 โรงพยาบาล และมีการวิเคราะห์ข้อมูลหาความสัมพันธ์เชิงสุขภาพต่อระดับมลพิษทางอากาศในพื้นที่ต่าง ๆ เบื้องต้น ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาการสร้างดัชนีค่า AQHI ต่อไป ระยะที่ 2 ศึกษาเพื่อพัฒนาค่า AQHI ที่จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการรายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศในเขตเมือง (กรุงเทพมหานคร) ต่อเนื่องจากระยะที่ 1 โดยผลผลิตหลักคือการสร้างค่า AQHI เพื่อสะท้อนสถานการณ์ความเสี่ยงต่อสุขภาพที่แท้จริง รวมถึงเป็นเครื่องมือสำหรับและนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังและเตือนภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ให้เกิดการรับรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์เชิงสุขภาพ รวมถึงพิจารณาเลือกแนวทางการป้องกันตนเองในการรับสัมผัสสารมลพิษในช่วงเวลาวิกฤตได้อย่างเหมาะสมต่อไป
วัตถุประสงค์ของโครงการ :
1. พัฒนาค่าดัชนีชี้วัดคุณภาพอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพ (AQHI) ในการนำไปใช้เพื่อการสื่อสารข้อมูลความเสี่ยงต่อวิกฤต PM2.5 ในภาคประชาชน
2. ศึกษาสถานการณ์ความรุนแรงของโรคระบบเดินหายใจและโรคหลอดเลือดและระบบไหลเวียนเลือดในเชิงพื้นที่ โดยการประยุกต์ใช้แผนที่โรค (disease mapping)
3. หาความสัมพันธ์ระหว่างสารมลพิษทางอากาศชนิด PM2.5 ร่วมกับสารมลพิษทางอากาศชนิดอื่น เช่น PM10, NO2, O3 กับผลกระทบต่อสุขภาพเชิงพื้นที่และประมวลผลจัดทำ และแบ่งระดับค่า AQHI ตามค่าระดับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่
การดำเนินกิจกรรม :
1. มหาวิทยาลัยมหิดล ส่วนงานที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ศึกษา อาทิ วิทยาเขตพญาไท
2. พื้นที่ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี
3. กรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อมในการนำค่า AQHI ไปใช้ในการสื่อสารความเสี่ยงสุขภาพจากสภาวะ มลพิษทางอากาศ
ระยะเวลา :
ตั้งแต่วันที่ 23 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2566 ถึง วันที่ 22 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567
ผลการดำเนินงาน :
1. รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมจากสถานพยาบาล และยื่นขอรับรองโครงการวิจัย และปรับเปลี่ยนโครงร่างวิจัย (Amendment) จากคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมในมนุษย์สหสถาบันย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี, กรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาล
2. ดำเนินการจัดทำแผนที่โรค ในกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ ในเชิงพื้นที่ครอบคลุม 50 เขต ของกรุงเทพมหานคร โดยใช้แหล่งข้อมูลหลักจากศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่งของกรุงเทพมหานคร
3. สร้างสมการคาดการณ์ความเสี่ยงเชิงสุขภาพ (AQHI) และสร้างค่า AQHI ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2560-2564 แบ่งค่าระดับความเสี่ยง ออกเป็น 4 ระดับได้แก่ ความเสี่ยงระดับต่ำ ( 1-3) ปานกลาง (4-6) สูง (7-10) และสูงมาก (>10)
4. นำค่า AQHI ที่สร้างขึ้นทำการแบ่ง ระดับตามความเสี่ยงสุขภาพ เปรียบเทียบกับค่า AQI ย้อนหลัง ที่คำนวณได้จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ (จำนวน 12 สถานี) และกรุงเทพมหานคร (จำนวน 1 สถานี)
ทำไมต้อง AQHI :
1. สื่อสารความเสี่ยงสุขภาพระยะสั้นจากกการรับสัมผัสสารมลพิษทางอากาศ
2. ผลรวมความเสี่ยงสุขภาพจากมลพิษทางอากาศมากกว่า 1 ชนิด
3. สารมลพิษทางอากาศแม้ในระดับต่ำ แต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ และเกิดผลกระทบชนิดเสริมฤทธิ์ (synergistic effect) เมื่อรับสัมผัสสารมลพิษหลายชนิดพร้อมกัน
4. วิธีการคำนวณ ได้จากการศึกษาทางระบาดวิทยาถึงความสัมพันธ์ ระหว่างอัตรการเพิ่มขึ้นของการเข้ารับการรักษาด้วยโรคทางระบบทางเดินหายใจ หัวใจและหลอดเลือด และระบบไหลเวียนเลือด กับความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้นของสารมลพิษทางอากาศ

Update : 5 กุมภาพันธ์ 2569

