PH Research Insights

>PH Research Insights >บทสัมภาษณ์ รองศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์สุรางค์ เตชะบุญเสริมศักดิ์
การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุ แบบครบวงจร ด้วยการบูรณาการความร่วมมือจากครอบครัว ชุมชน สังคม (The development of a comprehensive elderly care system with an integrated cooperation from families, communities, and societies)
บทสัมภาษณ์ : รองศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์สุรางค์ เตชะบุญเสริมศักดิ์
อาจารย์ประจำภาควิชาอนามัยครอบครัว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
รองศาสตราจารย์ ดร.พิทยา จารุพูนผล
อดีตคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทีมวิจัย

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์” ตั้งแต่ปี 2565 โดยมีจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 12.9 ล้านคน ซึ่งส่งผลกระทบในกว้างทั้งอัตราส่วนวัยแรงงานต่อผู้สูงอายุที่ลดลงอย่างน่าตกใจ ด้วยปัญหาความยากจน ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของครอบครัวเดี่ยว และการเผชิญภาวะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จึงเกิดเป็นโครงการวิจัย “การพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงอายุ แบบครบวงจรด้วยการบูรณาการความร่วมมือจากครอบครัว ชุมชน และสังคม” เพื่อพัฒนาแนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่ตอบสนองต่อความต้องการอย่างรอบด้าน และเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยมุ่งให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ทีมวิจัยจึงได้ลงพื้นที่ศึกษาความเป็นตัวแทนภาคที่ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดน่าน นครพนม ชลบุรี เพชรบุรี สุราษฎร์ธานี และกรุงเทพมหานคร โดยเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากกลุ่มตัวอย่างรวม 1,440 คน ประกอบด้วยผู้สูงอายุ 720 คน และผู้ดูแลผู้สูงอายุ 720 คน นอกจากนี้ยังมีการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่ม กับ กลุ่มผู้บริหาร ผู้สูงอายุ และ ผู้ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหา ความต้องการ และบริบทของการดูแลผู้สูงอายุในแต่ละพื้นที่การดำเนินงานยังเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัย นักศึกษา ศิษย์เก่า หน่วยงานภาครัฐ และภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากระดับพื้นที่เข้าสู่การพัฒนารูปแบบการดูแลที่สามารถนำไปใช้และขยายผลได้จริง

จากผลการศึกษา พบว่า ผู้สูงอายุมีบริบทและความต้องการที่หลากหลายแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะประเด็นด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ และการพึ่งพิง นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงจำนวนมากต้องพึ่งพาสวัสดิการจากภาครัฐ ขณะเดียวกันสัดส่วนประชากรวัยทำงานที่สามารถทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุก็มีแนวโน้มลดลง ขณะที่ระบบการดูแลในปัจจุบันขาดการบูรณาการและยังเผชิญข้อจำกัด สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน อีกทั้งการดำเนินงานด้านการดูแลผู้สูงอายุในปัจจุบันยังมีลักษณะต่างหน่วยงานต่างดำเนินการ โดยแต่ละกระทรวงหรือหน่วยงานมีโครงการของตนเองยังขาดการเชื่อมโยงและบูรณาการอย่างเป็นระบบ จึงเกิดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายขึ้นเพื่อให้เกิดการบูรณาการจริงในระดับพื้นที่ ผ่านการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมาย การคลัง และการใช้กลไกท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทยอย่างยั่งยืน

หัวใจสำคัญของโครงการจึงไม่ใช่เพียงการดูแลผู้สูงอายุโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่คือการสร้าง “ระบบการดูแลร่วมกัน” ที่เชื่อมโยงศักยภาพของ ครอบครัว ชุมชน สังคม และภาครัฐ ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ

โครงการวิจัยนี้มุ่งเปลี่ยนองค์ความรู้และข้อมูลจากพื้นที่ให้กลายเป็น แนวทางปฏิบัติที่สามารถตอบโจทย์สังคมสูงวัยของประเทศไทย เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรี เพราะการดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่หน้าที่ของใครคนหนึ่ง แต่คือความร่วมมือของครอบครัว ชุมชน สังคม และทุกภาคส่วน ทีมวิจัยจึงเร่งจัดทำข้อเสนอแนวทางการบูรณาการการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรที่จำเป็นต้องใช้แนวทางบูรณาการไร้รอยต่อ

สรุปแนวทางการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร ด้วยการบูรณาการความร่วมมือจากครอบครัว ชุมชน สังคม

กลไกการขับเคลื่อน 3 ระดับ เพื่อให้ข้อตกลงบูรณาการแปรเปลี่ยนสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่

ระดับนโยบาย: ขับเคลื่อนผ่าน MOU 7 กระทรวงหลัก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงแรงงาน, และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม โดยกำหนดตัวชี้วัดร่วมกันในการพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ และใช้โครงสร้าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ ในการกำกับดูแลเชิงกฎหมาย

ระดับกลาง/ภูมิภาค: ใช้กลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และระดับจังหวัด แปลงนโยบายลงสู่งบประมาณและแผนปฏิบัติการในพื้นที่

ระดับปฏิบัติการ: ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นเจ้าภาพหลัก ใช้กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นบริหารงบประมาณเชิงรุก ควบคู่กับการหนุนเสริมศักยภาพครอบครัวและอาสาสมัครในชุมชน

เพราะ "การดูแลผู้สูงอายุ" ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนหนึ่ง แต่คือภารกิจร่วมกันของทุกคน โครงการวิจัยนี้มุ่งเปลี่ยนองค์ความรู้ ให้กลายเป็น “นวัตกรรมทางแนวคิด” ที่ตอบโจทย์สังคมสูงวัยของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง เพื่อส่งต่อการดูแลที่เหมาะสม ยกระดับคุณภาพชีวิต และคืนคุณค่าพร้อมศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิตให้กับผู้สูงอายุทุกคนอย่างยั่งยืน