Press Release

>Press Release >คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามความร่วมมือกับ สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ พัฒนาหลักสูตรสร้างเสริมสุขภาวะที่ดี เพิ่มทักษะสำคัญของศตวรรษที่ 21 พร้อมใช้ Credit Bank สะสมหน่วยกิต เทียบโอนเอื้อสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาศักยภาพบุคลากรสร้างเสริมสุขภาพมืออาชีพ สสส.
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ลงนามความร่วมมือกับ สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ พัฒนาหลักสูตรสร้างเสริมสุขภาวะที่ดี เพิ่มทักษะสำคัญของศตวรรษที่ 21 พร้อมใช้ Credit Bank สะสมหน่วยกิต เทียบโอนเอื้อสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาศักยภาพบุคลากรสร้างเสริมสุขภาพมืออาชีพ สสส.

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์ นพ.บรรจง มไหสวริยะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เรื่องการพัฒนาหลักสูตร และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร

โดย ศาสตราจารย์ นพ.บรรจง มไหสวริยะ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดลจะก้าวไปสู่การเป็นหนึ่งในร้อยมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดระดับโลก (World Class University) ทั้งนี้ โลกในศตวรรษที่ 21 มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย รวมถึงระบบการจัดการศึกษา เพื่อเปลี่ยนแปลงไปสู่ทิศทางเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กำหนดนโยบายในการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของบุคคล เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งเป็นความท้าทายในปัจจุบัน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ ข้อที่ 4 มุ่งส่งเสริมให้ประชากรโลกเข้าถึงการศึกษาที่เท่าเทียม และข้อที่ 10 มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังภายในปี 2573 ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อยกระดับการดำรงชีวิต มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้พัฒนาหลักสูตรให้มีความทันสมัยและมีความยืดหยุ่น (Flexible Education) โดยถือเป็นยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียน และมุ่งให้มีการขยายผล ผลักดันให้เกิดความเป็นเลิศทางการศึกษา

“การลงนามความร่วมมือในวันนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญ ในการร่วมพัฒนาศักยภาพภาคีเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการ ด้านการสร้างเสริมศักยภาพของบุคคล โดยผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสาขาอื่น ๆ ที่มีความถนัดและต้องการศึกษามากกว่า 1 สาขา ที่สำคัญมีโครงการระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank System) ที่ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในวิชาที่ตนเองสนใจเก็บเข้าในระบบดังกล่าว โดยมหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียนมีความรู้กว้างขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของประเทศและโลกในอนาคต” อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำ โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์และสาธารณสุข และยังเป็นภาคีสำคัญด้านวิชาการในการจัดการความรู้หลายด้าน ทั้งการวิจัยและการส่งเสริมป้องกันโรค อาทิ โครงการการจัดการด้านโภชนาการและสิ่งแวดล้อมของอาหารริมบาทวิถี โดย คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล องค์ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมทางกายของคนไทยผ่านศูนย์พัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจกรรมทางกายประเทศไทย (TPAK) โดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์วิชาการด้านการรู้เท่าทันสื่อของผู้สูงอายุ โดย สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งความร่วมมือพัฒนาหลักสูตรการสร้างเสริมสุขภาพ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสร้างเสริมสุขภาพมืออาชีพ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรด้านการสร้างเสริมสุขภาพ นักศึกษา รวมถึงประชาชนทั่วไป รวมทั้งร่วมกันพัฒนาหลักสูตร ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ เพิ่มทักษะที่สำคัญของศตวรรษที่ 21

ศาสตราจารย์ ดร.พญ.พัชรีย์ เลิศฤทธิ์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ได้ริเริ่มพัฒนารายวิชาแบบ Microcredentials และสนับสนุนให้ส่วนงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำรายวิชา Microcredit ที่แบ่งย่อยหน่วยกิตให้เล็กลง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเรียนรู้ และการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งบุคคลในวัยเรียน วัยทำงาน และผู้สูงวัย สามารถสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิต แล้วนำมาเทียบโอน เพื่อร่นระยะเวลาในการสำเร็จการศึกษา และประหยัดค่าใช้จ่าย โดยยังคงคุณภาพขององค์ความรู้ที่คัดสรรจากคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของส่วนงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นที่ยอมรับทางวิชาการระดับโลก

รองศาสตราจารย์ ดร.สราวุธ เทพานนท์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ทิศทางความร่วมมือมุ่งเน้นการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีและการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับการพัฒนาทักษะที่สำคัญของศตวรรษที่ 21 (LIFE-LONG LEARNING FOR ESSENTIAL SKILL DEVELOPMENT OF THE 21ST CENTURY AND BEYOND) ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยมหิดล และการทำงานในเชิงบูรณาการกับทุกภาคส่วน เพื่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยภาควิชาสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์ มีความร่วมมือจัดทำ Microcredit ทำให้สามารถเก็บเป็นหน่วยกิตสะสมในระบบธนาคารหน่วยกิตของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สามารถใช้สำหรับการเข้าศึกษาต่อและได้ปริญญาในหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง โดยเริ่มจากหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศึกษาและส่งเสริมสุขภาพ เป็นสาขาแรก สำหรับระยะต่อไปจะจัดทำ Training course รายวิชาอื่น ๆ ในรูปแบบ Microcredit และความร่วมมือด้านการฝึกภาคสนาม (Field internship หรือ Field study) ด้านส่งเสริมสุขภาพ สำหรับนักศึกษาของหลักสูตร และระยะต่อไป จะมีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันที่ตอบโจทย์ความต้องการ ด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งคณะสาธารณสุขศาสตร์ มีหลายภาควิชา/หลักสูตร ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาร่วมกันได้

รองศาสตราจารย์ ดร.นพ.นันทวัช สิทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) กล่าวว่า สสส. ได้จัดตั้งสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพขึ้น มีหน้าที่สนับสนุนและพัฒนาหลักสูตร ศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคคลด้านการสร้างเสริมสุขภาพ เผยแพร่และสนับสนุนให้เกิดการใช้ประโยชน์ ขณะเดียวกันสนับสนุนและฝึกอบรม จัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานของ สสส. หรือบุคคลที่มีความรู้หรือประสบการณ์ด้านการสร้างเสริมสุขภาพเป็นวิทยากรให้ความรู้ ให้บริการทางวิชาการ ให้คำปรึกษาแนะนำ และให้ความช่วยเหลือแก่ภาคีเครือข่าย รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้ มีการจัดทำ Microcredit ของหลักสูตรฝึกอบรมของ ThaiHealth Academy กับหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษาต่าง ๆ ของบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ดังนั้น จะเอื้อให้ภาคีเครือข่ายที่ผ่านการอบรมในหลักสูตรของ ThaiHealth Academy สามารถเก็บสะสมหน่วยกิตของรายวิชาที่เทียบเคียงในระบบธนาคารหน่วยกิตได้

สอบถามรายละเอียด/ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่:
- งานระบบสารสนเทศและสื่อสารองค์กร คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
โทรศัพท์ 0 2354 8543 ต่อ 1415, 1105
- นางสาวตรีชฎา หวังพิทักษ์ (นักสื่อสารองค์กร) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
โทรศัพท์ 09-1551-2155

Update : 22 กรกฎาคม 2565